AI กับการเปลี่ยนแปลงในวงการประกันภัย: โอกาสและความท้าทายในยุคดิจิทัล
เมื่อไม่นานมานี้ มีการพูดคุยจากผู้เชี่ยวชาญในวงการประกันภัยและเทคโนโลยี AI ที่น่าสนใจมาก เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ AI ในธุรกิจประกันภัย โดยเฉพาะในตลาดประกันภัยทรัพย์สินและอุบัติเหตุ (P&C) ที่มีมูลค่ากว่าแสนล้านดอลลาร์ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้บริหารและผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพที่เกี่ยวข้องกับ AI ในวงการนี้เปิดให้เห็นภาพชัดเจนว่า AI กําลังเข้ามามีบทบาทสําคัญมากขึ้นอย่างรวดเร็ว และเปลี่ยนแปลงแนวทางการทํางานในหลายมิติ
บทความนี้จะสรุปและวิเคราะห์ประเด็นหลักจากการพูดคุยครั้งนั้น ตั้งแต่การนํา Large Language Models (LLMs) มาใช้จริงในองค์กร ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการตั้งราคาประกัน การประเมินความเสี่ยง การจัดการเคลม และการสร้างประสบการณ์ลูกค้า รวมถึงความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลและทรัพยากรบุคคลในอนาคต
การประยุกต์ใช้ AI ในองค์กรประกันภัยระดับโลก
เริ่มต้นด้วย Marcin Detyniecki ผู้ดํารงตําแหน่ง Chief Data Scientist ของ AXA บริษัทประกันภัยระดับโลกที่แม้จะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในสหรัฐฯ แต่เป็นหนึ่งในผู้นําของวงการ เขาเล่าให้ฟังถึงการนํา Large Language Models (LLMs) มาใช้งานจริงภายในองค์กรที่มีพนักงานกว่า 150,000 คนใน 55 ประเทศ โดยเน้นไปที่การสร้างแพลตฟอร์มที่ปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลของบริษัทจะไม่รั่วไหลไปยังภายนอก
ในส่วนของการหาลูกค้าใหม่หรือการ “acquisition” Henk van Biljon จาก Font AI อธิบายว่า AI โดยเฉพาะ Generative AI จะช่วยสร้างเนื้อหาที่ตอบโจทย์และเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและแม่นยํา ทําให้การทําตลาดและการสื่อสารเป็นไปอย่างเฉพาะเจาะจงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้บริษัทประกันภัยสามารถปรับเปลี่ยนพอร์ตโฟลิโอของความเสี่ยงได้ดีขึ้นผ่านการเลือกกลุ่มลูกค้าที่เหมาะสม
เมื่อพูดถึงกลยุทธ์นวัตกรรมขององค์กรใหญ่ Marcin อธิบายว่า AXA มีแนวทางใหม่ที่เน้นการเติมเต็มช่องว่างระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีและการนําไปใช้จริง โดยการ “spin off” หรือแยกโครงการนวัตกรรมออกมาเป็นสตาร์ทอัพตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อให้สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วและได้รับเงินทุนจากภายนอกได้ง่ายขึ้น แทนที่จะพัฒนาภายในองค์กรอย่างเดียวซึ่งอาจช้าเกินไปและเสียโอกาส
Christopher จาก Allstate กล่าวว่าการร่วมมือกับสตาร์ทอัพจําเป็นต้องมี use case ที่ชัดเจนและได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง พร้อมทั้งมีทีมเฉพาะที่รับผิดชอบดูแลความสําเร็จของสตาร์ทอัพเหล่านั้น เพื่อให้การทดลองและการนําไปใช้ประสบความสําเร็จจริง
ด้าน Henk จาก Font AI เล่าว่าสิ่งที่สตาร์ทอัพประสบปัญหามากที่สุดคือการเข้าถึงข้อมูลจากบริษัทประกันภัย ซึ่งเป็นสิ่งจําเป็นสําหรับการพัฒนาระบบประเมินความเสี่ยงที่แม่นยํา การสร้างพันธมิตรกับบริษัทที่เป็นผู้ให้บริการข้อมูลในอุตสาหกรรม เช่น Verisk และ CoreLogic จึงเป็นกุญแจสําคัญในการสร้างคุณค่าและการยอมรับในตลาด
Marcin เสริมว่าการสร้างแพลตฟอร์มที่รวมข้อมูลและเชื่อมต่อกับสตาร์ทอัพหลายรายช่วยแก้ปัญหาการทํางานแยกส่วนของสตาร์ทอัพแต่ละราย และช่วยให้บริการต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์ความเสี่ยงและการป้องกันความเสียหายสามารถทํางานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิผล
ส่วนเรื่องความเสี่ยง Marcin ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบความเสี่ยงในยุค AI เช่น รถยนต์อัตโนมัติที่เปลี่ยนจากความเสี่ยงแบบรายบุคคลเป็นความเสี่ยงแบบระบบ (systemic risk) หากเกิดข้อผิดพลาดในซอฟต์แวร์หรืออัลกอริทึม อาจส่งผลกระทบกว้างขวางมากกว่าที่เคยเป็นมา
Christopher ก็เสริมว่ามีกรณีฟ้องร้องบริษัทประกันภัยที่ใช้โมเดล AI ในการตรวจจับการฉ้อโกง ซึ่งพบว่ามีอคติและไม่เป็นธรรมต่อกลุ่มคนบางกลุ่ม นี่คือความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากโมเดลที่ฝึกด้วยข้อมูลในอดีตและอาจสะท้อนความไม่เป็นธรรมในสังคม ซึ่งเป็นความท้าทายสําคัญสําหรับวงการประกันภัยและ AI ในอนาคต
AI ช่วยให้การเคลมรวดเร็วและแม่นยําขึ้น โดยเฉพาะการระบุเคลมที่มีบาดเจ็บทางร่างกาย และลดต้นทุนที่ไม่จําเป็น
การหาลูกค้าใหม่จะเปลี่ยนไปด้วย AI ที่ช่วยสร้างเนื้อหาส่วนตัวและปรับแต่งการตลาดให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย พร้อมกับการบูรณาการการตั้งราคาและความเสี่ยงตั้งแต่แรก
การร่วมมือกับสตาร์ทอัพต้องมี use case ชัดเจน และทีมภายในองค์กรที่ดูแลความสําเร็จของสตาร์ทอัพอย่างจริงจัง รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลที่เหมาะสม
ในอนาคต บทบาทของนักคณิตศาสตร์ประกันภัยและนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลจะรวมกัน และความเสี่ยงของโมเดล AI ภายในองค์กรจะเป็นความท้าทายใหม่ที่ต้องบริหารจัดการอย่างเข้มงวด
ความเสี่ยงแบบระบบ (systemic risk) ที่เกิดจาก AI เช่น รถยนต์อัตโนมัติ หรือโมเดลที่มีอคติ จะกลายเป็นความท้าทายที่วงการประกันภัยต้องรับมือ
การพูดคุยครั้งนี้เปิดเผยให้เห็นว่า AI ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือเทคโนโลยี แต่เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจประกันภัยอย่างลึกซึ้ง และยังสร้างโอกาสใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้นสําหรับผู้ประกอบการและนักพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต