คําแนะนําที่น่าสนใจคือ การเลือกตลาดที่ดูเหมือนจะมีอนาคตที่ใหญ่ได้ถ้าประสบความสําเร็จ และเดินหน้าทีละก้าวอย่างมั่นคง “one dumb foot in front of the other for a long time” หรือ “เดินทีละก้าวช้าๆ อย่างมั่นคง” เป็นสูตรสําเร็จที่แท้จริง
นอกจากนี้ OpenAI ยังเตรียมเปิดตัวโมเดลโอเพ่นซอร์สที่จะทําให้ผู้ใช้สามารถรันโมเดลที่ทรงพลังได้บนอุปกรณ์ของตัวเอง ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการ AI
ฟีเจอร์ “Memory” และวิสัยทัศน์ AI ที่เป็นเพื่อนคู่คิดตลอดชีวิต
หนึ่งในฟีเจอร์ที่ Sam Altman ชื่นชอบมากที่สุดในปีนี้คือ “Memory” หรือความจําของ ChatGPT ที่ทําให้ AI รู้จักและจดจําผู้ใช้ได้เหมือนกับเพื่อนหรือผู้ช่วยส่วนตัวที่รู้จักเราจริงๆ
Sam Altman แสดงความตื่นเต้นกับอนาคตที่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจําวัน โดยกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะส่งหุ่นยนต์ให้กับสมาชิก ChatGPT ระดับพรีเมียม
แม้ว่าการผลิตหุ่นยนต์จํานวนมากจะใช้เวลานานและมีความท้าทายทางวิศวกรรมสูง แต่เขามองว่าการนํา AI มาควบคู่กับหุ่นยนต์จะช่วยให้หุ่นยนต์เริ่มทํางานในโลกจริงได้เร็วขึ้น และอาจสามารถปฏิวัติซัพพลายเชนด้วยการทํางานอัตโนมัติทั้งหมด ตั้งแต่การขุดเหมือง การขับเรือบรรทุกสินค้า ไปจนถึงการผลิตหุ่นยนต์รุ่นใหม่
การนํา AI และหุ่นยนต์มาผสมผสานกับการผลิตในประเทศ จะเป็นโอกาสใหม่ในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการผลิตในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ที่ต้องเผชิญกับความลําบากในการแข่งขันด้านต้นทุน
ในมุมมองของ Sam Altman สิ่งที่วิทยาศาสตร์นิยายทํานายไว้ถูกต้องคือ “อินเทอร์เฟซจะละลายไป” หรือพูดง่ายๆ คือ เราจะไม่รู้สึกว่าใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์อีกต่อไป เพราะ AI จะทํางานแทนและช่วยเหลืออย่างเต็มที่โดยไม่ต้องรบกวนหรือขัดจังหวะ
ตัวอย่างเช่น อินเทอร์เฟซเสียงในปัจจุบันยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่ในอนาคตถ้าสามารถสั่งงาน AI ให้ทํางานแทนได้โดยที่เราไม่ต้องยุ่งเกี่ยวมาก มันจะกลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่แท้จริง
Sam ยังเล่าว่าการใช้โทรศัพท์ในปัจจุบันเหมือนเดินอยู่กลาง Times Square ที่เต็มไปด้วยเสียงแจ้งเตือนและสิ่งรบกวน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทําให้เครียดและไม่สะดวก
อนาคตของอินเทอร์เฟซคอมพิวเตอร์จะเปิดโอกาสให้เรามีชีวิตที่เรียบง่ายขึ้น โดยที่ AI จะตัดสินใจแทนเราในเรื่องที่ไม่สําคัญและแจ้งเตือนเฉพาะเมื่อจําเป็นจริงๆ
เขายังพูดถึงคําแนะนําของ Paul Buchheit ว่า “hire for slope, not y-intercept” หรือ “จ้างคนที่มีแนวโน้มเติบโตมากกว่าคนที่เริ่มต้นดีแต่ไม่พัฒนา” ซึ่งเป็นแนวคิดที่ช่วยให้ทีมมีความยืดหยุ่นและเติบโตได้ในระยะยาว
ในฐานะ CEO ของ OpenAI Sam ยอมรับว่าการบริหารองค์กรที่มีงานและความท้าทายหลากหลายพร้อมกันเป็นเรื่องยากมาก และต้องอาศัยการจัดการที่ดีและความสามารถในการสลับบริบทของงานอย่างรวดเร็ว
AI เพื่อวิทยาศาสตร์: ความหวังสําหรับอนาคตที่ยั่งยืน
เมื่อมองไปข้างหน้า 10-20 ปี Sam Altman เชื่อมั่นว่า AI จะก้าวสู่ระดับที่เรียกว่า “superintelligence” หรือปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถเหนือมนุษย์อย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านวิทยาศาสตร์
เขาเน้นว่า “การค้นพบวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ” เป็นหัวใจของการเติบโตทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และการใช้ AI เพื่อเร่งกระบวนการค้นคว้าวิจัยจะนําไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่และรวดเร็ว
ความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานและ AI ก็เป็นสิ่งที่ Sam ให้ความสําคัญ โดยยอมรับว่าในช่วงแรกคิดว่า AI และพลังงานเป็นเรื่องแยกกัน แต่ในที่สุดก็เห็นว่าพลังงานจะเป็นข้อจํากัดสําคัญของการพัฒนา AI
การสร้างพลังงานที่เพียงพอและสะอาดจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ต้องแก้ไขควบคู่ไปกับการพัฒนา AI เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าที่ยั่งยืน
บทสรุปจาก Insiderly
การสนทนากับ Sam Altman เปิดเผยภาพอนาคตของ AI ที่ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของภารกิจ ความกล้าหาญ ความเชื่อมั่นในตัวเอง และการสร้างทีมที่แข็งแกร่งพร้อมมุ่งมั่นสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่
ในยุคที่ AI กําลังพัฒนาสู่ระดับ superintelligence สิ่งที่เราควรให้ความสําคัญไม่ใช่แค่ความก้าวหน้าทางเทคนิค แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศน์ที่รองรับการใช้งาน AI อย่างยั่งยืน การพัฒนาพลังงานสะอาด และการเตรียมความพร้อมทางสังคมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
สําหรับผู้ที่กําลังมองหาโอกาสในการสร้างสตาร์ทอัพหรือพัฒนานวัตกรรม AI สิ่งสําคัญคือการเลือกภารกิจที่แตกต่างและมีความหมาย ต่อยอดด้วยทีมงานที่มีความสามารถและความมุ่งมั่น พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนและความท้าทายด้วยความเชื่อมั่นและความอดทน
โลกของ AI กําลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และนี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอนาคตที่เต็มไปด้วยโอกาสและศักยภาพอันมหาศาล
คําศัพท์เฉพาะทางที่น่าสนใจ
AGI (Artificial General Intelligence): ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไปที่มีความสามารถเทียบเท่าหรือเหนือกว่ามนุษย์ในทุกด้าน
Scaling laws: กฎที่อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของโมเดล AI กับประสิทธิภาพการทํางาน